-ยามเมื่อดวงตก

ยามเมื่อดวงตก (บทความลง โหราเวสม์ )

                                                                                                                                    อ.คมเดช  บ้านหมอดู

                                                                                                                                                มือถือ   096-6364945

           บ่ายวันนี้อากาศคลึ้มๆอ้าวๆดูท่าว่าฝนจะตกแน่ๆ แต่ก็ตั้งท่าอยู่มาตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วก็ไม่ยอมตกสักที ผมมีความรู้สึกหงุดหงิดเพราะความที่ร้อนๆอ้าวๆอยู่ ว่าจะเปิดเครื่องปรับอากาศก็ยังคิดเสียดายค่าไฟอยู่ เผื่อว่าฝนจะตกก็พอจะเย็นลงได้บ้าง  แต่ในที่สุดก็สุดที่จะทนต้องเดินไปเปิดเครื่องปรับอากาศจนได้ สักครู่ก็รู้สึกว่าเย็นชื่นใจ ความหงุดหงิดก็เริ่มลดทอนลง เลยตั้งใจว่าจะหาโอกาสเข้ากรรมฐานสักหน่อยเผื่อจะได้ไปเฝ้าเทวดาสักครู่หนึ่ง  ก็ได้ยินเสียงกดกริ่ง จึงต้องละจากกรรมฐานเดินไปเปิดประตู บุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตูก็มีอายุเริ่มเข้ายามเย็นๆแล้วใกล้ๆจะค่ำ แกยืนรอหน้าตาดำคล้ำมีกังวลอยู่

          “ท่านอาจารย์คมเดชใช่มั้ยครับ” พร้อมกับการยกมือไหว้ทักทายขึ้น ผมรีบยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน

          “ใช่ครับ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรรึเปล่าครับ” ผมรีบไต่ถามธุระ

          “ผมอยากจะมาขอรบกวนให้ดูดวงชะตาในช่วงนี้ให้หน่อยครับไม่ทราบอาจารย์พอมีเวลาให้รึเปล่าครับ” สีหน้าแก้ไม่สู้จะดีนัก คงมีเรื่องไม่สบายใจกดดันจิตใจแกอยู่

          “อ้อ ว่างอยู่ครับช่วยบอกวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากมาให้ด้วยครับ” ผมไต่ถามเมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว

          “ผมเกิดวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2503 เวลา 11.39 น.ครับ”

          เมื่อทราบวันเวลาตกฟากเรียบร้อยแล้วก็ต้องพึ่งพาสุดยอดโปรแกรมของท่านอาจารย์บั้คซึ่งก็ได้รูปดวงดังนี้

          เมื่อวางรูปดวงเสร็จแล้ว ปีนี้เจ้าชะตาอายุย่าง53 ปี ดาว ๕ เสวยอายุและเสวยแทรกด้วย ทักษาจรตกภูมิดาว ๕ (เป็นทักษาจรหาร 8 ไม่เข้าตากลาง) การพิจารณาแยกเป็น 2 ขั้นตอน คือ

  1.  พิจารณาจากดาวเสวยอายุเพื่อมองภาพรวมของดวงชะตา
  2. พิจารณาทักษาจรปีเพื่อดูรายละเอียดในปีนี้

เราจะเริ่มขั้นตอนการพิจาณาจากดาว ๕ ซึงเป็นดาวเสวยอายุก่อน

  1. ดาว ๕ เป็นดาวเสวยอายุและทำหน้าที่เป็นตัวแทรกด้วย ดาว ๕ เป็นเกษตรกุมกับดาว ๑ ๒ ๗ ดาว ๓ เล็ง และร่วมเรือนกับดาว ๙
  2. ในจำนวนดาวที่กุมดาว ๕ อยู่นั้นดาว ๗ เป็นดาวที่มีองศาสูงสุด จึงเป็นดาวที่มีอิทธิพลในราศีมากที่สุด ดาว ๗ เป็นดาวที่ครองภูมิกาลี เป็นเจ้าเรือนวินาศ และเบียนอยู่ในภพลาภะและ กดุมภะที่ราศีมีน นั่นแสดงว่าชีวิตของเจ้าของดวงจะล้มเหลวในช่วงที่ดาว ๕ เสวยแทรก คือระหว่างวันที่ 19 ธ.ค. 53 – 23 เม.ย. 57 และที่สำคัญในเรือนดาว ๗ มีดาว ๖ เดชและเป็นเจ้าเรือนภพพันธุและศุภะ อยู่ในภพวินาศและเรือนกาลี ย่อมเน้นย้ำว่า เจ้าของดวงจะต้องสูญเสียทรัพย์สินและหลักฐานไปเพราะเรื่องคดีความ หรือพูดสั้นๆว่าถูกยึดทรัพย์นั่นเอง
  3. ดาว ๑ เป็นศรีกุมดาว ๕ ได้คู้มิตร ก็ย่อมหมายถึงจะมีคนช่วยเหลือในเรื่องการเงินในระยะนี้  ในเรือนดาว ๑ ศรี มีดาว ๘ ตนุและครองภูมิอายุเป็นประสถิตอยู่ โดยหมายถึงไปอาศัยเขาอยู่หรือไปช่วยงานพรรคพวกกันโดยเป็นลูกจ้างหรือ ผู้ช่วยเขา กุมดาว ๐ ชีวิตช่วงนี้ก็คงต้องจากถิ่นฐานและมีชีวิตที่พลิกผันอย่างกะทันหัน
  4. ดาว ๒ เป็นมูละเป็นเจ้าเรือนอริ อยู่ในร่วมดาว ๕ เป็นทั้งคู่ศัตรูและคู่ธาตุ ชีวิตช่วงนี้มักจะมีที่อยู่อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งฐานวอน หรือต้องวิ่งเช่าเขาอยู่ (มูละ + อริ , มูละ = บ้าน , อริ = ชั่วคราว หรือเช่า)
  5. ดาว ๓ เป็นอุตสาหะและเจ้าเรือนสหัชชะ,กัมมะ เล็งดาว ๕ เป็นคู่สมพล และอยู่ในภพปุตตะ ภูมิมนตรี อุตสาหะอยู่ภูมิมนตรี หมายถึงจะมีคนช่วยเหลือเรื่องการงาน ดาว ๓ เป็นเจ้าเรือนสหัชชะ, กัมมะ อยู่ในภพปุตตะ หมายถึงเจ้าตัวต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่ๆ
  6. ร่วมเรือนดาว ๙ ในภพกดุมภะและอยู่ในภูมิบริวาร ช่วงเวลานี้ต้องวุ่นอยู่กับเรื่องบริวารและเรื่องเงินๆทองๆ

          เราก็พอสรุปดวงนี้ทันที่ว่าเขาจะอยู่ในช่วงสิ้นไร้ไม้ตอกในช่วงนี้ ต้องไปพึงพาคนอื่นหลักฐานบ้านช่องก็ต้องถูกยึดไปเพราะคดีความ การงานอาชีพก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปหมด

          “ชีวิตของคุณในช่วงนี้คงต้องตั้งสติให้ดี เป็นช่วงเวลาที่คุณกำลังตกต่ำอย่างที่สุด หลักฐานบ้านช่องก็ต้องหมดสิ้นไปเพราะเรื่องคดีความหนี้สิน อาชีพที่เคยมีอยู่ก็ต้องเลิกหาอาชีพใหม่ทำไป ต้องไปอาศัยคนอื่น คุณอยู่ในช่วงสิ้นไร้ไม่ตอกจริงๆ แต่ก็พอมีพรรคพวกให้ความช่วยเหลืออยู่บ้าง ต้องไปเป็นลูกจ้างหรือไปช่วยเหลืองานพรรคพวกกันอยู่ ก็น่าจะพออาศัยไปได้” ชายเจ้าของดวงฟังแล้วก็มีอาการท้อแท้เหมือนคนที่ไม่มีแรงจะลุกขึ้นอีก แต่ก็เหมือนคนที่ปลงตกเพราะถึงจะเครียดแต่ก็ไม่คร่ำครวญเหมือนรายอื่นๆที่ผมเคยพบมา

          “อาจารย์ครับต่อนี้ไป ผมสามารถกลับมาตั้งตัวมีฐานะหลักฐานเหมือนดังเดิมได้อีกหรือเปล่าครับ”

ถ้าเราพิจารณาดาวที่เสวยอายุแทรกๆต่อไปทีละตัว โดยเริ่มในดาวตัวถัดไปก็จะเห็นผมดังนี้

  1. ดาว ๘ แทรกระหว่างวันที่ 2 ส.ค. 57 – 2 มิ.ย. 59 ดาว ๘ เป็นประ เป็นเจ้าเรือนตนุและเป็นอายุทางทักษา แต่อยู่ในเรือนศรี ชีวิตช่วงนี้ก็พออยู่ได้เพราะมีที่พึงแต่ก็คงตั้งตัวได้ยาก
  2. ดาว ๖ เสวยอายุระหว่างวันที่  2 มิ.ย. 59 – 11 ก.พ. 63 ดาว ๖ เป็นเดช เจ้าเรือนพันธุและศุภะ อยู่ในภพวินาศเรือนกาลี ก็คงฟื้นได้ยาก แค่ต้องระวังอย่าให้เกิดคดีความเรื่องทรัพย์ซ้ำก็น่าจะลำบากแล้ว
  3. ดาว ๑ เสวยอายุระหว่าง 11 ก.พ. 63 -  3 มี.ค. 64 ดาว ๑ เป็นศรีและเป็นเจ้าเรือนปัตนิอยู่เรือนดาว ๕ ภูมิบริวารและเป็นเจ้าเรือน ลาภะและกดุมภะ ช่วงนี้ก็พอมีโชคในเรื่องเงินทองมีคนสนับสนุนเกื้อกูลอยู่บ้าง แต่เมื่อร่วมเรือนกับดาว ๗ กาลีก็ไม่น่าจะดีนัก และถึงแท้จะดี แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ไม่น่าจะดีได้มากนัก

         “ชีวิตของคุณคงที่จะกลับมาสร้างฐานะให้กลับมาเหมือนเดิมคงยากลำบากมาก ทั้งอายุและวาสนาก็ไม่อำนวย ผมว่าคุณหาทางช่วยเหลือเพื่อนของคุณให้เต็มความสามารถ เพื่อจะพออาศํยเป็นที่พึงพิงจะดีกว่า หรือหาคนมาร่วมหุ้นกันก็พอจะประคองกันไปได้ แต่ก็อาจจะเกิดเรื่องแตกแยกกับหุ้นส่วนได้ถ้าไม่รู้ใจกัน”

         “ทั้งในปีนี้อายุของคุณตกภูมิดาว ๕ จึงก็จรเป็นประ เล็งกาลี ดาว ๕ เป็นเจ้าเรือนกดุมภะและลาภะ จรทับดาว ๓ สหัชชะ,กัมมะเป็นอุตสาหะ ช่วงนี้คุณก็ไม่มีทั้งเงินทองและรายได้พอที่จะไปสร้างธุรกิจใหม่ๆ แต่ดาว ๕ จรอยู่ในเรือนมนตรี ต้องพึ่งพาคนอื่นให้ช่วยเหลือ ระยะนี้คุณก็ควรที่จะไปพักใจก่อน ไปช่วยเหลืองานพรรคพวกเพื่อหาโอกาสหรือตั้งสติคิดหาหนทางใหม่ๆจะดีกว่า”

         “หันมาดูดาว ๗ กาลีจรก็อยู่ในภพศุภะเรือนเดช จรรวมกับดาว ๘ ตนุและเป็นอายุทางทักษา ดาว ๖ เดิมเป็นวินาศอยู่ในเรือนดาว ๗ กาลี จากรูปดวงนี้ผมว่าคุณคงต้องหนีคดีไปใช้ชีวิตในที่ต่างถิ่นไกลๆแล้วยังคงหวังจะมาตั้งหลักในตอนนี้ไม่ได้แน่ๆ” ผมสรุปคำพยากรณ์อย่างยาวเหยียดทีเดียว

         “อาจารย์ครับ พอมีวิธีสะเดาะห์เคราะห์แก้กรรมอะไรไหมครับที่จะทำให้ชีวิตของผมสามารถดีขึ้นกว่าที่เป็นอย่านี้ ถ้าผมจะเปลี่ยนชื่อหรือไปบน หรือวิธีไหนก็ได้อาจารย์มาพอจะเป็นไปได้หรือเปล่าครับ” คำพูดแบบนี้มักจะเป็นสิ่งที่ผมถูกถามอยู่เป็นประจำ ทางออกง่ายของคนที่กำลังพบกับเคราะห์กรรมอยู่ก็คือการสะเดาะห์เคราะห์ ซึ่งทุกคนคิดว่าจะได้ผลทันใจเหมือนกับเนรมิต

         “ชีวิตของคุณนั้นผันผวนมาตลอดชีวิต แม้แต่คู่ชีวิตที่คุณจะพอเป็นเพื่อนร่วมทางคุณยังหาไม่ได้ อยู่กับใครก็ไม่นานก็เลิกรากันหมด(ดาว ๐ ๘ อยู่ภพปัตนิ,ดาว ๑กาลี) ลูกหลานก็ไม่มีพอที่จะพึ่งพิง ยามที่คุณรุ่งโรจน์ก็เคยที่จะวางแผนเตรียมอนาคตไว้รอยามชราเรื่องการสะเดาะห์เคราะห์ผมอยากยกคำสอนของสมเด็จโตพรหมรังสีมาให้คุณได้ฟัง

          "บุญ" ถ้าเจ้าไม่เคยสร้างไว้ ใครที่ไหนเล่าจะมาช่วยได้ ลูกเอ๋ย ก่อนที่เจ้าจะเที่ยวไปอ้อนวอนขอพึ่งบารมีหลวงพ่อองค์ใดองค์หนึ่ง เจ้าจะต้องมีทุน (บุญ) ของตัวเอง เป็นทุนเดิมติดตัวไปบ้างก่อน  ต่อเมื่อบารมีของตัวเจ้าเองยังไม่พอ จึงขอร้อง ยืมบารมีของผู้อื่นมาช่วยเหลือ    ถ้ามิฉะนั้นแล้วเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะเจ้าจะต้องเป็นหนี้บุญบารมีที่เจ้าร้องขอ หรือยืมคนเขามาจนล้นพ้นตัว ครั้นเวลาใดที่เจ้ามีโอกาสทำบุญทำกุศลบ้าง เรียกว่า พอจะมีบุญบารมีเป็นของตัวเองบ้าง เจ้าก็จะต้องไปผ่อนใช้หนี้ที่เจ้าเคยขอร้องยืมเขามาจนหมดสิ้นแทบไม่เหลือสำหรับตัวเอง แล้วเจ้าจะมีบุญกุศลใดติดตัวไว้จุนเจือตัวเองในภพหน้าที่ยังจะต้องเวียนว่ายตายเกิด อันเป็นวัฏฏทุกข์ที่เราพุทธศาสนิกชนทั้งหลายจะต้องรับรู้ รับทราบ ถ้าเรามั่นใจในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฉะนั้น เจ้าจงหมั่นสะสมบุญทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ไว้อย่างสม่ำเสมอ เทพยดา ฟ้าดินจะเอ็นดูช่วยเหลือเจ้าเอง 
          จงจำไว้เถิดว่า เมื่อได้ทำบุญทำกุศลแล้ว อย่าคิดว่าจะได้รับผลนั้นทันที จะทำให้จิตใจหดหู่ท้อถอย แต่จงมั่นใจเถิดว่า ผลบุญนั้นไม่สูญหายไปไหน เพราะการให้ผลของ "กรรม" นั้น จะทำให้ผลตามกำหนดถ้ายังไม่ถึงเวลาที่ส่งผลแล้ว แม้แต่เทพเจ้าหรือผู้มีฤทธิ์องค์ใด ที่เจ้าไปขอร้องให้ช่วยเหลือ ก็ไม่สามารถให้ผลนั้นเกิดได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่จะให้ผล ทั่วฟ้าดิน ก็ต้านทานผลของกรรมนั้นไว้ไม่อยู่
           ฉะนั้น จงเตือนใจไว้เสมอว่า ถ้าประสงค์ความสุข ความเจริญ โภคสมบัติ จงหมั่นสร้างบุญ สร้างกุศลไว้อย่างสม่ำเสมอ มากบ้าง น้อยบ้าง ตามกำลังศรัทธา เพราะเราไม่อาจจะรู้ได้ว่า อดีตชาติเราได้สร้างบุญหรือสร้างบาปไว้มากน้อยเพียงใด และผลของกรรมใดจะส่งผลก่อนหรือหลัง เพื่อความไม่ประมาทจึงควรจะสร้างบุญกุศลเป็นการเพิ่มเติมไว้เสมอ ถ้าอดีตทำไว้มากแล้ว ก็จะยิ่งมีมากขึ้น ย่อมให้ผลก่อนที่มีกำลังน้อยกว่า อันเป็นกฎธรรมชาติของกรรม ฉะนั้น ด้วยความไม่ประมาท จงระลึกไว้ว่า ถ้าตนเองไม่สะสมไว้แล้ว ใครที่ไหนจะช่วยเจ้าได้ เจ้าจะมีอะไรไว้เป็นทุนเดินทางเวียนว่ายในวัฏฏทุกข์ที่ยังต้องผจญต่อไป ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นเมื่อไหร่ จงระลึกไว้เสมอว่า เจ้าสะสมเตรียมตัวไว้เดินทางแล้วหรือยัง จะรอให้คนอื่นทำไปให้นั้น จะมั่นใจดีเท่ากับเราเตรียมหาไปเองหรือ

          “ส่วนเรื่องการสะเดาะห์เคราะห์นั้น   ผมว่าคุณอย่าไปแสวงหาดีกว่า   แต่อยากให้คุณนำ      คำโอวาสของพระพุทธเจ้าไปปฏิบัติน่าที่คุณจะหลุดจากเคราะห์กรรมไปได้ “

          โอวาทบทแรกคือปฎิบัติตามจักร 4 คือ

  1. ไปเลือกสถานที่อยู่ที่เหมาะสม คือสังคมดี หากินได้ สิ่งแวดล้อมดี จิตใจคนดี
  2. คบคนดี คนที่แนะนำแต่เรื่องดีๆ เป็นที่ปรึกษาได้ ช่วยเหลือยามยากได้
  3. ตั้งตัวปฏิบัติชอบ ทำตัวดี ขยันทำงาน หากินในทางที่ชอบ และเป็นคนดี
  4. เป็นคนที่มีกรรมเก่ามาดี

          และควรมีหลักธรรมอีก 2 ข้อ คือ

  1. มีขันติ คือ ความอดทนต่อความทุกข์ทั้งปวง
  2. โสรัจจะ คือการทำจิตใจให้แจ่มใส เบิกบาน ไม่วิตก ไม่วิจารณ์กับการดูหมิ่นถิ่นแคลนต่างๆ

          ทั้งหมดนี้จะเป็นทางที่ทำให้คนเราพ้นจากรทุกข์จากเคราะห์กรรมต่างๆไปได้ เพียงแต่มันไม่ได้เหมือนเนรมิตได้เท่านั้นเอง ชายเจ้าของดวงเหมือนฟังคำพยากรณ์แล้ว จึงได้เล่าให้ฟังว่า เจ้าตัวนั้นมีเพื่อนอยู่ต่างจังหวัด และมีกิจการเกี่ยวกับเรื่องโลหะ ซึ่งเป็นอาชีพที่เจ้าตัวเคยเป็นเจ้าของกิจการอยู่และมีความชำนาญ ได้เสนอให้ไปช่วยเหลือกิจการและไปคอยดูแลกิจการให้ โดยจะแบ่งผลประโยชน์และรายได้ให้ โดยเพื่อนจะให้การสนับสนุนในเรื่องเงินทุนและเครื่องมือ และกิจการที่มีนั้นก็ไม่ใหญ่โตมากนัก ซึ่งเจ้าตัวมองว่าโอกาสที่จะตั้งตัวคงทำได้ยาก จึงไม่อยากไป แต่เมื่อได้ฟังคำพยากรณ์แล้วจึงไม่อยากโลภมากอีก คิดว่าน่าจะหาหลักที่มั่นคงจะดีกว่า และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขถึงไม่รวยก็น่าจะดีว่าที่ผ่านมา เพราะถึงแม้จะเคยมีทรัพย์สินมามาก แต่ก็ไม่สามารถรักษาได้ และยังเป็นทุกข์ วันนี้ก็ขอแค่มีชีวิตที่พอเพียงก็น่าจะดีแล้วผมได้แต่ขออวยพรให้การจากไปครั้งนี้ของเขาได้สมหวังสมกับที่เขาปรารถนาเถิด หวังว่าโชคชะตาคงไม่ลงโทษเขาจนเกินไป

อาจารย์ คมเดชบ้านหมอดู

มือถิอ    096-6364945

รับปรึกษา ดวงชาตา ทางโทรศัพท์   

เปิดสอนโหราศาสตร์ ที่สมาคมนานาชาติ และรับสอนส่วนตัว และทางอินเตอร์เน็ท

99/291  ซ.กำนันแม้น28  ถ.เอกชัย36  แขวงบางขุนเทียน  เขตจอมทอง  กทม. 10150

Visitors: 47,607