-รักแท้เหนือกาลเวลา

รักแท้เหนือกาลเวลา

                                                                                                                                            โดย  อ. คมเดชบ้านหมอดู

                                                                                                                                             มือถิอ    096 - 6364945

                สวัสดีท่านผู้อ่านโหราเวสม์  ผมอาจจะเป็นคนหน้าใหม่ในวงการเขียนบทความลงในนิตยสารโหราศาสตร์  แต่สำหรับในวงการโหรนั้นผมได้เดินท่องอยู่ในวงการนี้มานานพอสมควร เริ่มจากการเป็นนักศึกษาโหราศาสตร์  จะวิชาเลข ๗ ตัว ไพ่ยิปซี  ฮวงจุ้ย  ลายมือ   และยูเรเนียน ในงานโหราศาสตร์ต่างๆผมเชื่อว่ามีคนพบผมอยู่ประจำ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่ร้านจิตรโภชนา ที่สมาคมโหราศาสตร์ในที่ต่างๆ  เอาเป็นว่าผมขออนุญาตแชร์ความรู้กับประสบการณ์ที่ผมได้รับในระหว่างการพยากรณ์  ผิดพลาดอะไรก็ทนๆกันอ่านก็แล้วกัน หรือมีความรักมีความปรารถนาดีกับผมก็กรุณาช่วยติชมแนะนำผมดีก็จะเป็นพระคุณครับ

                เมื่อเวลาสายของ วันเสาร์ ที่ 14 ม.ค. 55  มีแม่ลูกคู่หนึ่งมาพบผมที่บ้านพัก  ซึ่งก็เป็นลูกค้าที่ผมไม่เคยพบกันมาก่อน  เมื่อเธอแจ้งความประสงค์ว่าต้องการดูดวงของบุตรสาวที่มาด้วยกัน คนที่เป็นแม่ก็อายุมากจนเกือบที่จะ 70 ปีแล้ว  ฝ่ายลูกสาวที่พามาอายุก็ย่าง 35 ปี (รู้จากดูดวงแล้ว)  คำพูดที่คุณแม่ของเธอพูดก็คือ

                “สวัสดีค่ะอาจารย์  ดิฉันอยากจะให้ช่วยดูดวงของลูกสาวของดิฉันหน่อย  เน้นในเรื่องชีวิตคู่ของเธอให้มากเป็นพิเศษนะคะ  ดิฉันล่ะกลุ้มจนนอนไม่ได้กินไม่ได้เลยทีเดียว” เธอบ่นพร้อมกับหันไปค้อนลูกสาวของเธอแบบอารมณ์ที่วัยรุ่นนิยมบอกกัน บ่จอย

                “ครับผมจะพยายามดูให้ละเอียดครับ เออช่วยบอกวันเดือนปีเกิดเวลาตกฝากให้หน่อยครับ” ผมถามข้อมูล

                “หนูเกิดวันที่  18 พ.ย. 2520  เวลา 00.15 น. เช้าเป็นศุกร์ค่ะ”  เธอบอกด้วยเสียงที่แผ่วเบาเหมือนกับไม่อยากจะให้พยากรณ์ดวงของเธอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด  เพราะกลางหน้าผากของเธอขมวดจนเป็นเหมือนลายก้นหอยทีเดียว

                “ทำใจให้สบายๆนะครับ อย่ากังวลเกินไปกับคำพยากรณ์ เกณฑ์ชีวิตไม่ดีอย่างไรก็ค่อยๆปรึกษากันอย่าวิตกจนเกินเหตุไปนะครับ” ผมต้องพูดปลอบใจเธอเพื่อให้บรรยากาศไม่เครียดจนเกินไป  ผมสังเกตเห็นคุณแม่ที่มาด้วยมีสีหน้าที่ค่อนข้างทุกข์ใจ และมีความรู้สึกไม่สบอารมณ์กับบุตรสาวมากนัก

                หลังจากได้ผูกดวงตามโปรแกรมของอาจารย์บัค “โฮ๋ราสาด”อันลือลั่นสนั่นพระนครก็ได้ผลดังนี้

                                                                  

หญิง เกิดคืนวันพฤหัสบดีที่ 18  พ.ย.  2520

เวลา 00.30 น.

จร  14  ม.ค. 55

                การพยากรณ์ในครั้งนี้ขอใช้วิชาที่เป็นโลโก้ของอ.เชียร บางบอน คือ “วิชาอายุจร “ แค่นี้ท่านผู้อ่านที่อยู่ในวงการโหราศาสตร์มา ก็พอรู้นะครับว่าความเป็นมาผมเรียนมาทางไหนนะครับ  ในดวงนี้พอวางดวงเสร็จ เราพบว่าจุดชีวิตของเธอ ดาว ๑ ถูกดาว ๘ ทับ ดาว ๘ เป็นเจ้าเรือนปัตนิ ดาว ๘ ทับดาว ๑ คือตนุ ย่อมหมายถึงว่าเธอถูกคนรักของเธอปอกลอกโกหก ดาว ๘ จรเป็นอุจ คนรักของเธอจึงมีอิทธิพลกับเธออย่างมาก ดาว ๘ จรทับดาว ๔ เจ้าเรือนกดุมภะและลาภะ ย่อมหมายถึงหลอกให้เธอเสียทรัพย์สิน ดาว ๘ จรในเรือนพันธุและกระทบไปถึงเรือนศุภะ เรื่องนี้จึงกระทบไปถึงญาติผู้ใหญ่ และความมั่นคงในเรื่องหลักฐานของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้  ในขณะนี้ดาว ๓ จรทับลัคนา กระทบดาว ๗เดิมเป็น อริ เป็นคู่แตกหัก ในภพตนุ จึงย่อมหมายถึงเธอกำลังมีปัญหาขัดใจกับมารดาของเธอในขณะนี้อย่างรุนแรง และสาเหตุก็มาจากเรื่องคนรักของเธอนั่นเอง   ดาว ๗ จรทับดาว ๖ เดิม ก็ย่อมหมายถึงความทุกข์ทรมานจิตใจในเรื่องความรัก  หันมาพิจารณาดาว ๒ จิตใจจรจักรราศีในปีปัจจุบันจรอยู่ในราศีมังกรทับดาว ๒ เดิม ในเรือนดาว ๗ เป็นดาว ๒ + ๗ คู่ แตกแยก ดาว ๗ เดิมก็กุมลัคนา ความแตกแยกเกิดขึ้นเธอในปัจจุบัน ดาว ๗ ที่ทำหน้าที่เป็นจิตใจ จรทับดาว ๖ และ ดาว  ๐ หมายถึงเธอทุกข์ใจดาว ๖ เป็นเจ้าเรือนกรรมมะ ที่หมายถึงแม่ในดวงสตรี และดาว ๖ ยังเป็นเจ้าเรือนสหัชชะ พี่น้องก็ทำให้เธอทุกข์ใจเหมือนกัน ดาว ๗ จิตใจจรทับดาว ๐ เดิม  ดาว ๗ + ๐  หมายถึงความตาย แต่นี่เป็นจิตใจ เราจึงแปลว่าจิตใจของเธอได้ตายไปจากความสุขแล้ว เพราะพี่น้องและมารดาของเธอก็ไม่มีใครเข้าใจเธอ และทำให้เธอมีแต่ความเครียด พอผมอ่านรูปดวงของเธอเสร็จก็เงยหน้าขึ้น  หันมามองมารดาของเธออย่างชวนให้เห็นใจจิตใจของผู้เป็นมารดาที่ย่อมรักและห่วงลูกของตนเองอย่างเป็นที่สุด  และเหลียวไปมองใบหน้าของบุตรสาวที่ก้มลงมองโต๊ะที่ผมใช้วางเครื่องคอมพิวเตอร์ ตาของเธอเหม่อลอยไม่สนใจกับการที่ผมจะพยากรณ์  ผมต้องแอบถอนใจลึกๆ  นี่ก็เป็นอีกดวงหนึ่งที่กำลังว่ายอยู่ในทะเลรักและกำลังเหนื่อยและจะกำลังหมดแรง เพราะความหลงที่กำลังบดบังปัญญาของเธอ ผมกระแอมเบาๆ เธอจึงหันขึ้นมามองผม พร้อมกับเสียงของมารดาของเธอที่กล่าวกับผม

                “อาจารย์ค่ะ ดวงลูกสาวของดิฉันมันเป็นอย่างไร อาจารย์พูดไปตรงๆเลยนะค่ะไม่ต้องเกรงใจ มีอะไรที่จะสอนจะอบรมลูกสาวดิฉันก็ขอให้ทำอย่างได้เต็มที่ อาจารย์ช่วยคิดว่าเป็นลูกสาวของอาจารย์คนหนึ่งนะคะ”  เธอส่งสายตามามองผมอย่างต้องการที่พึ่งว่าผมจะช่วยเธอได้

                “ดวงชะตาของหนูในขณะนี้  กำลังอยู่ช่วงเวลาของคนที่กำลังทุกข์ใจในเรื่องความรักไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของหนูเลย ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง หรือเป็นมารดาของหนูเองก็คาม  ความรู้สึกของหนูในขณะนี้เหมือนคนที่ตายด้านไม่มีความรู้สึกยินดีกับเรื่องต่างๆรอบๆตัว ความรักที่คนรักมีกับหนูก็เป็นความรักจอมปลอม คอยหลอกลวงพึ่งพาเงินทองของหนูอยู่เสมอ และหนูเองก็ยินยอมให้เข้าหลอกอยู่เสมอและยอมช่วยด้วยความเต็มใจ อาจารย์เข้าใจว่าหนูมีสติปัญญาแยกแยะได้ว่าที่คนรักของหนูหลอกหนูนั้นหนูก็รู้ดีไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญาอย่างที่คนทั้งหมดที่อยู่รอบๆตัวหนูว่ากล่าวหนูอยู่ใช่ไหมครับ”  ผมหยุดคำพยากรณ์หันไปพูดกับเธอเพื่อหวังให้เธอระบายความในใจออกมาบ้าง อย่างน้อยก็ช่วยไม่ให้เธอเครียดจนเกินไป เพราะอาการที่เธอแสดงงออกมาทาสีหน้า

                “จริงๆค่ะที่อาจารย์พยากรณ์ออกมา ลูกสาวดิฉันไม่รู้ทำไมจึงเขลาเบาปัญญาอะไรจนขนาดนี้ เรียนมาจนจบปริญญาโท ทำงานจนมีตำแหน่งใหญ่โตเงินเดือนก็สูง  แต่ทำไมจึงโง่ให้เขาหลอกอย่างนี้ ทำไมลูก.......” เสียงแม่ของเธอหยุดสะดุดไปเหมือนกับมีก้อนอะไรขึ้นมาจุกที่คอของเธอ ตาของหญิงชราแดงรื้นขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่คลอเอ่อขึ้นในดวงตาจนฉ่ำ เธอพูดไม่ออก  บุตรสาวของเธอหันมามองแม่ของเธอพร้อมกับน้ำไหลซึมออกจากเบ้าตา

                “โธ่แม่....หนู....” เสียงของเธอหายไปในลำคอเธอเอื้อมมือ ไปบีบแขนของหญิงชราพร้อมกับบีบเบาๆเหมือนกับกำลังปลอบใจมารดาของเธอ  ภาพตรงหน้าของผมทำให้ผมเองก็เกิดความรู้สึกพลอยเศร้าไปกับอาการของสองสตรีต่างวัย ผมรีบหันมาตั้งสติใหม่ เพราะอาจารย์เคยสอนว่าการพยากรณ์นั้นอย่าให้อารมณ์ไม่ว่าจะเป็นโกรธ เกลียด ชอบ หรือรักเข้ามากวนจิตใจเราขณะพยากรณ์  เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้การพยากรณ์ของเราไขว่เขวไป  เพราะรัก เพราะโกรธ เพราะสงสาร เราจะเอาอารมณ์ของเราเข้าไปในเหตุการณ์นั้นไม่ได้ เพราะการตัดสินพยากรณ์จะเกิดความลำเอียงเพราะปัจจัยเหล่านั้น และอาจจะเป็นผลเสียแก่ผู้มาให้พยากรณ์  การพยากรณ์ไม่ได้เป็นการทำเพื่อลองความรู้ ไม่ได้ทำเพื่อความสนุกสนาน เรากำลังอยู่ท่ามกลางกองทุกข์ ทางออกของทุกข์ก็คือปัญญา ผู้มาให้พยากรณ์ในขณะนี้กำลังถูกเหตุการณ์ทุกข์บังตา แต่ผู้พยากรณ์จะถูกสิ่งเหล่านี้บังตาไม่ได้ เพราะเราจะต้องทำตัวเป็นปัญญาสำรองของพวกเธอนั่นเอง (อาจารย์ของผมมักพูดเล่นเสมอว่า “ผู้พยากรณ์ชะตาจะทำหน้าที่เป็นปัญญาสำรองให้กับผู้อยู่ในกองทุกข์ คล้ายเป็นแบตเตอรี่สำรองไฟของมือถือนั่นเอง  เราจึงควรทำตัวเป็นแบตเตอรี่ยี่ห้อดีๆหน่อยมีไฟสำรองใช้ได้นานๆและมีประกันยาวๆด้วย” เป็นไงครับกับคารม์อาจารย์ของผมจ๊าบทันสมัยมั้ยเอ่ย)  ผมต้องหันกลับไปดูดวงต่อในจอคอมพิวเตอร์อีกครั้งหนึ่ง

                ในพื้นดวงของเธอนั้นมีดาว ๘ เจ้าเรือนปัตนิเป็นดาวศูนย์พาหะเดินนำหน้า  คนรักของเธอจึงมีอิทธิพลกับชีวิตของเธออย่างมาก ดาว ๘ อยู่ในเรือนดาว ๔ ดาว ๘ + ๔ เป็นดาวคู่หลอกลวงปอกลอกในภพกดุมภะ จึงปอกลอกในเรื่องเงินทองของเธอ ดาว ๘ ปัตนิของเธอมีดาว ๖ เป็นเกษตร ซึ่งเป็นดาวแห่งความรักเดินนำหน้า  เธอจึงรักคนรักของเธอไม่เปลี่ยนแปลง ดาว ๖ กุมดาว ๐ เป็นดาวคู่ผิดหวัง แต่ก็ไม่ทำให้ความรักของเธอคลอนแคลน  ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนอริ ชีวิตของเธอจึงมักพบกับความทุกข์และมีอุปสรรค(ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนอริ) ดาว ๗อยู่ในเรือนดาว ๑ เป็นคู่ธาตุ ชีวิตของเธอจึงรับแต่เรื่องทุกข์อย่างถาวร เนื่องจากดาว ๗ กุมลัคนา ดาว ๗ จึงเป็นดาวที่เสมือนเป็นตนุลัคน์อีกตัวหนึ่ง มีดาว ๘ ปัตนิเดินนำหน้า เธอจึงรักและปรารถนาดีกับคนรักของเธอไม่เปลี่ยนแปลง  ตนุคือดาว ๑ เป็นอยู่ในเรือนดาว ๓ พันธุ ดาว ๑ + ๓ เป็นคู่ศัตรู เธอจึงมีปัญหากับญาติๆอย่างหนัก ดาว ๔ เป็นเจ้าเรือน กดุมภะและลาภะ ในเรือนดาว ๓ ได้คู่ ดาว ๓ + ๔ เป็นคู่วาทะ 

                “ชีวิตของหนูรักคู่รักของหนูมาก  เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลและมีความสำคัญกับจิตใจของหนูมาก  ความรักที่มีมากกับคนรักนั้นทำให้หนูยอมที่จะโง่ยอมที่จะไม่รับรู้เรื่องอะไรเลยในตัวคนรัก เพียงแต่หวังว่าจะสามารถทำให้คนรักของหนูถูกใจมีความสุข  แม้สิ่งเหล่านั้นจะทำให้ต้องขัดแย้งกับญาติพี่น้อง   หนูก็ยอมที่จะทำ ในช่วงปี 51 – 52 คนรักของหนูนอกใจไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นในช่วงนั้น (ดาว ๘ จรทับดาว ๒ วินาศ ในภพอริ และดาวอริเดิมก็กุมลัคน์) และเป็นช่วงเวลาที่เขาทำให้หนูทุกข์ใจอย่างหนัก แต่หนูก็ยังช่วยเหลือเขาในเรื่องเงินทองอย่างเต็มที่( ดาว ๗ จรทับดาว ๘เดิมในภพกดุมภะเป็นคู่มิตร ดาว ๗กุมลัคนาจึงเป็นเหมือนตนุลัคน์จรด้วย) “  ผมหยุดพักคำพยากรณ์เพื่อรอฟังคำพูดของเธอ แต่เธอก็เงียบไม่พูดอะไร แต่คุณแม่ของเธอก็อดรนทนไม่ไหว จึงกล่าวขึ้นว่า

                “จริงค่ะ ในช่วงปีนั้นพวกเราจับได้ว่าสามีของลูกสาวดิฉัน มันไปมีเมียน้อยเอาเงินทองของลูกสาวดิฉันไปปรนเปรอ  พี่ๆน้องๆของลูกสาวกับดินฉันตามจนไปพบว่าสามีลูกสาวไปเลี้ยงเมียน้อยมีหลักฐานชัดเจน  ลูกสาวดิฉันก็ยอมรับความจริง จนปี 54 ปีที่แล้ว ดิฉันกับพี่ๆเขาต้องบังคับให้เลิกกัน ดิฉันถึงกับบอกลูกสาวว่าถ้ารักแม่กตัญญูกับแม่ต้องเลิกกับสามีชั่วๆคนนี้ให้เลือกเอาจะทำให้แม่สุขใจหรือจะทำให้ผัวสุขใจ  ไอ้สามีตัวดีนั้นก็เลยดีอกดีใจไปอยู่กินกับเมียน้อยเป็นหลักเป็นฐาน  แต่สามีตัวดีของลูกสาวดิฉันฉันมันเป็นประเภทเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานก็ไม่ก้าวหน้าดีแต่คิดป้อมีเมียน้อย จนในที่สุดมันก็มีลูกกับเมียใหม่การงานไม่ก้าวหน้า เมียใหม่ก็หาเงินได้ไม่เท่ากับลูกสาวดิฉัน เลยมีปัญหาไม่มีเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย ต้องแอบมาติดต่อกับลูกสาวดิฉัน ลูกสาวของดิฉันมันก็ทำตัวเหมือนแม่พระแอบส่งเงินส่งทองไปช่วยสามีเก่าไม่หยุดไม่หย่อน จนดิฉันจับได้พยายามห้ามปราม แต่ก็ยังแอบไปช่วยอีก ดิฉันนึกว่าถูกคุณไสย์จึงพาไปหาอาจารย์ที่ว่าเก่งๆมาถอนคุณไสย์ แต่ก็เหมือนเดิมอีก ดิฉันหมดหนทางกับลูกสาวคนนี้จึงพามาพึ่งปัญญาของอาจารย์ให้ช่วยลูกสาวของดิฉันด้วยเถอะ.....”  เสียงมารดาของเธอเงียบไปพร้อมกับมีเสียงสะอื้นเกิดขึ้นแทน   น้ำตาที่แสดงถึงความคับแค้นในชะตากรรมของบุตรสาวเอ่อล้นจากเบ้าตาอีกครั้งหนึ่ง ลูกสาวจึงโอบกอดมารดาของเธอด้วยความรู้สึกที่อยากจะปลอบใจมารดาของเธอ นี่ก็เป็นอีกบทหนึ่งของโศกนาศกรรม ชีวิต

                “คุณแม่ครับ ลูกสาวคุณแม่เป็นคนที่มีจิตใจงดงามมากนะครับ เธอเองรักคุณแม่มาก เมื่อคุณแม่ทุกข์ใจกับเรื่องสามีของเธอ  เธอก็ยอมที่จะเลิกกับสามีของเธอ  เพื่อให้คุณแม่มีความสุข การที่เธอทำอย่างนั้นก็เท่ากับเธอต้องสละความสุขความรักในชีวิตของเธอ เพื่อมาแสดงความกตัญญูกับคุณแม่   เพื่อให้คุณแม่มีความสุข แต่ก็ยอมที่จะแบกทุกข์เอาไว้ด้วยตนเอง  แต่เมื่อสามีของเธอเดือดร้อนมีทุกข์ เธอทนไม่ได้ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าสามีไปมีภรรยาใหม่แล้ว ก็ยังมีจิตที่เมตตากับสามีเก่า ยอมที่จะช่วยเหลือด้วยทุนทรัพย์ของตนเองเพื่อสามีมีความสุข  เธอยอมที่จะแบกความทุกข์ของเธอไว้คนเดียว  เพื่อให้คนที่เธอรักสองคนมีความสุข ครับคุณแม่ สิ่งที่คุณแม่ทำเพื่อให้เธอเลิกกับสามีก็เพราะคุณแม่มองว่าสามีของเธอเป็นกองทุกข์ที่ลูกสาวต้องแบกไว้  จึงอยากจะกำจัดกองทุกข์นั้นให้พ้นไปจากตัวลูกสาว  ในมุมของลูกสาวสิ่งแม่ของเธอมองเป็นทุกข์ แต่เธอกับมองว่ามันเป็นความสุขใจของเธอ  มันเป็นความรักเป็นความพึงพอใจของเธอ แม้สิ่งที่ทำให้กับสามีเป็นความเหน็ดเหนื่อยของเธอเป็นความทุกข์ของเธอ  แต่เธอก็เต็มใจทำมันให้กับสามีอย่างมีความสุขใจเพื่อสามี  สิ่งที่เธอต้องสูญเสียไปในขณะนี้คือสามีเพื่อให้แม่มีความสุขใจ เธอต้องเสียทรัพย์ต้องยอมให้พี่น้องและแม่ของเธอปรามาสว่าโง่เง่าเต่าตุ่น ก็เพื่อให้สามีความสุข  ผมไม่แน่ใจว่าคุณแม่ตัดสินใจบังคับให้เธอเลิกสามีจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกสาวมีความสุขจริงหรือเปล่า  ทุกวันนี้เธอต้องกลายเป็นเหมือนเมียน้อยเพียงเพราะอยากช่วยสามีให้มีความสุข  จริงๆแล้วทุกวันนี้จะมีใครเข้าใจเธอจริงรึเปล่า ที่เธอยอมเสียสละความสุขเพื่อให้คนสองคนที่เธอรักเป็นสุข แต่ต้องแลกกับความไม่เข้าใจของคนรอบข้าง ความหวังดีของพี่น้องของแม่ที่มีต่อเธอ ก็ไม่แน่ว่าเป็นสิ่งที่เธอจะมีความสุข ความสุขของเธอที่คุณแม่คิดว่าต้องเลิกจากสามี ก็อาจจะไม่ใช่ความสุขของลูกสาวนะครับ”

                เมื่อผมพูดจบลงคุณแม่ของเธอจึงหันมาพูดกับลูกสาวเธอ

                “ลูกยังรักไอ้สามีตัวดีของลูกอีกหรือ” สายตาของเธอจ้องเขม็งไปยังลูกสาวของเธอ

                “คุณแม่..หนูรู้ว่าสามีของหนูไม่ดี ไม่เหมาะที่จะทำหน้าที่เป็นสามีของหนู แต่เขาก็เป็นพ่อของลูกหนู จะให้หนูลืมเขาก็คงทำไม่ได้ง่ายๆ อีกอย่างหนึ่งชีวิตที่ผ่านมาของหนู หนูไม่เคยมีใครที่ทำให้หนูมีใจรักเหมือนกับที่หนูมีให้แก่สามีของหนูเลย ในชีวิตของหนูถ้าจะรักใครสักคนก็เห็นจะมีแต่สามีของหนูคนนี้ อาจจะเป็นเพราะหนูมีกรรมก็เป็นได้ที่เฝ้ารักแต่เขา  แต่หนูก็รักคุณแม่และก็รักมากด้วย  และหนูก็ลืมสามีหนูไม่ได้ด้วย  หนูพยายามจะลืมให้ได้ แต่คุณแม่ก็ต้องให้เวลาหนูด้วยค่ะ” เธอมองคุณแม่อย่างที่อยากจะให้คุณแม่ของเธอเข้าใจและเห็นใจเธอ

                “คุณแม่ครับสิ่งที่คุณแม่ตัดสินใจทำ ก็เป็นไปเพื่อความหวังดีกับลูก แต่บางทีก็อาจจะไม่เป็นผลดีทางจิตใจของลูกก็ได้นะครับ “ เมื่อจบลงแล้วผมจึงหันไปพูดกับลูกสาวของเธอต่อว่า

                “คุณหนูครับ การที่หนูรักสามีของหนูเป็นเรื่องที่ไม่ผิดหรอกครับ แต่หนูก็ต้องใช้ปัญญาอย่าให้โมหะเข้าครอบงำจิตใจให้มากจนเกินไป เพราะโมหะที่ครอบงำนั้นเป็นอวิชชาที่ทำให้เราขาดทั้งสติและขาดทั้งปัญญา มันจะทำร้ายตัวหนู พ่อแม่ พี่น้อง และในที่สุดก็จะทำร้ายลูกของหนูเอง  หนูจะมีเมตตากับสามีของหนูก็ย่อมทำได้ตามประสาคนที่มีความผูกพันกันมาก่อน  แต่ในวันนี้เขาไม่ใช่สามีของหนูอีกต่อไปแล้ว  การที่จะเข้าไปวุ่นวายกับเขามากจนเกินไป อาจจะทำให้ผิดศีลข้อกาเมได้อย่างไม่ตั้งใจ  สามีของหนูมีครอบครัวใหม่แล้ว เขาและภรรยาใหม่ของเขาย่อมต้องดูแลและรับผิดชอบครอบครัวของเขาเอง และที่ผ่านมาสามีเข้าไม่เข้าใจถึงคุณค่าความดีที่หนูพยายามทุ่มเทให้แก่เขา  ในวันนี้หนูจะเป็นได้ก็เพียงคนที่ปรารถนาดีต่อเขา  และชีวิตของหนูก็ย่อมต้องการการเริ่มต้นใหม่  หนูยังมีพ่อแม่ พี่น้อง และลูกที่ต้องพึ่งพิงความสำเร็จกับก้าวหน้าของหนู การจมปลักอยู่กับความหลัง ย่อมเหมือนกับบัวที่ไม่สามารถแทงยอดให้พ้นโคลนตมได้ ในที่สุดก็จะเป็นอาหารของปูปลาในน้ำ หนูต้องเจริญปัญญาให้มากขึ้น สถานะของหนูกับเขาได้ขาดจากความเป็นคู่ครองกันแล้ว  จงหันหลังให้กับอดีตและไปสร้างอนาคตใหม่จะดีกว่า ความผิดพลาดในวันนี้ต้องผ่านไปให้ได้  เพราะมันจะกลายเป็นประสบการณ์ และเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีกในอนาคต  ต้องมีสติให้เท่าทันกับความทุกข์ของหนู หนูจึงจะสามารถสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นและจะได้ก้าวข้ามความทุกข์ในวันนี้ เพราะหนูไม่ได้เป็นคนขลาดเขลา แต่เป็นเพราะหนูยอมให้โมหะครอบงำ ลองกลับไปตั้งสติใคร่ครวญถึงสิ่งเลวร้ายต่างๆที่ผ่านมาและใช้มันสร้างปัญญาให้เกิด  ความจริงแล้วความทุกข์ของหนูได้ผ่านไปแล้วและมันได้จบลงในวันที่หนูแยกทางกับสามีหนู แต่ที่ใจเป็นทุกข์ไม่รู้จบเพราะจิตใจของหนูไม่ยอมลืมทุกข์ นำความทุกข์ในอดีตกลับมาทำร้ายจิตใจซ้ำๆซากๆอีกไม่รู้จบ หนูจงลืมตาขึ้นแล้วมองไปรอบๆตัว มีคนหลายคนพร้อมที่จะเป็นกำลังใจและรอหนูให้พ้นจากทุกข์อยู่ และการที่หนูจะก้าวข้ามทุกข์นี้ไปได้  คนที่จะทำได้ก็คือตัวหนูเองและด้วยปัญญาของหนูเท่านั้น สิ่งที่อาจารย์พูดมาหวังว่าจะเป็นข้อคิดสะกิดใจให้หนูเกิดปัญญาได้ ขอให้หนูมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีปัญญา และขอให้ก้าวข้ามความหลงในรักไปให้ได้ครับ ”

                คุณแม่เธอได้ร่ำไห้กับลูกสาวที่ก้มหน้าหลั่งน้ำตาอย่างเงียบๆ  คุณแม่ได้เอื้อมแขนไปกอดลูกสาวอย่างแนบแน่น ผมได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างซาบซึ้ง  ถึงอย่างไรที่สุดแล้วคนที่รักเราอย่างบริสุทธิ์ใจไม่มีสิ่งเคลือบแฝงก็คือแม่ของเรา  แม้จะทุกข์จะสุขแม่ก็คือคนที่จะคอยเฝ้ามองเราอย่างใกล้ชิดไม่เคยห่างหายไปจากชีวิตเรา  แม้อายุของเราจะสูงวัยเท่าใด  เราก็คือลูกเล็กๆที่ไร้เดียงสาสำหรับแม่นั่นเอง  ท่านผู้อ่านตอนนี้ลืมนึกถึงแม่บ้างรึเปล่าครับ

                ผมวางปากกาจบบทความลง ก็พอดีได้ยินเสียงเพลงในละครทีวีแว่วเพลงมาไพเราะชวนให้ซาบซึ้งใจ ตรงกับเรื่องราวของผู้หญิงที่อยู่ในบทความเสียจริงๆ  แต่จริงๆแล้วความรักในบทเพลงนี้ จะทำให้เกิดความสุขเหมือนที่คนประพันธ์จริงหรือเปล่า ท่านผู้อ่านก็ลองไปคิดดูนะครับ

เวลาที่ล่วงเลยนั้นทำให้คนเปลี่ยนไป
สิ่งหนึ่งในใจยังไงก็ไม่เปลี่ยน
ก็คือความรักที่มีต่อเธอ
จะมั่นคงอย่างนี้เหนือกาลเวลา มากยิ่งกว่าอะไร
ต่อให้นานเพียงใด รักแท้ก็ยังคงเป็นรักแท้
ไม่มีวันจะแปรหรือน้อยลงไปตามเวลา
ถึงแม้บางครั้งชีวิตต้องเจออะไรกระหน่ำ
แต่ก็ไม่เคยทำให้รักให้เราเปลี่ยนแปลงไป............(จริงหรือ)

                

                                           อาจารย์ คมเดชบ้านหมอดู

                                                                             มือถิอ    096-6364945

                                                            รับปรึกษา ดวงชาตา ทางโทรศัพท์    ทาง E-MAIL 

                                    99/291  ซ.กำนันแม้น28  ถ.เอกชัย36  แขวงบางขุนเทียน  เขตจอมทอง  กทม. 10150

Visitors: 47,605